ผู้ว่า ททท. เผย"เที่ยวไทยคนละครึ่ง"อาจมีเฟส2 เร่ง!ประชาชนเที่ยว-จ่ายก่อนสิทธิ์หมด
ผู้ว่าฯ ททท. เผยหากงบการใช้สิทธิ์โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งคงเหลือ อาจขยายสิทธิ์ไปยังเฟส2 ลั่น!ให้ประชาชนเร่งเที่ยว-จ่ายก่อนสิทธิ์หมด
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมบูรณาการแผนปฏิบัติการ ททท. ปี 2569 (Tourism Authority of Thailand Action Plan 2026 : TATAP 2026) ถึงความคืบหน้าโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งว่า ขณะนี้มีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 1.725 ล้านคน ใช้สิทธิ์สำเร็จแล้ว 119,213 สิทธิ์ คงเหลือ 380,787 สิทธิ์
และมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 5,748 ราย เป็นกิจการโรงแรม 3,223 ราย และกิจการอื่นๆ อาทิ ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว สปา เป็นต้น 2,525 ราย
ซึ่งในช่วงครึ่งแรกของเดือนมีจำนวนผู้ใช้สิทธิ์ไปแล้วประมาณ 1.2 แสนสิทธิ์ โดยคาดว่าใน1เดือนนับตั้งแต่วันที่เปิดให้ใช้สิทธิ์ จะมีผู้ใช้สิทธิ์ประมาณ 2.5 แสนสิทธิ์ จึงขอให้ประชาชนรีบตัดสินใจในการจองและชำระที่พักก่อนที่สิทธิ์จะหมด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ประกอบการที่รอเข้าร่วมโครงการฯมีความล่าช้าหรือไม่ นางสาวฐาปนีย์ ระบุว่า ไม่ช้าเกินไป เนื่องจากในตอนนี้มีผู้ประกอบการลงทะเบียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ระบบจึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ รวมไปถึงการตรวจสอบบัญชีม้า โดยวัดจากข้อมูลในโครงการอื่นๆก่อนหน้านี้ร่วมด้วย เพื่อความถูกต้อง โปร่งใส และไม่ให้เกิดปัญหาหรือการร้องเรียนในอนาคต พร้อมกันนี้ หากงบการใช้สิทธิ์โครงการฯในเฟสแรกที่ตั้งกรอบไว้ไม่เกินคนละ 3,000 ยังคงเหลืออยู่ อาจมีการพิจารณาขยายสิทธิ์เพิ่มเติมไปยังเฟส 2
อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯ ททท. คาดว่า เที่ยวไทยคนละครึ่ง จะสร้างรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 35,033 ล้านบาท
ด้านนายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ระบบของโครงการฯค่อนข้างมีความเสถียร โดยปัจจุบันระบบมีการทำงานเพียง2วันต่อสัปดาห์ในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ประกอบการที่รอเข้าร่วมโครงการฯ จึงให้เร่งรัดการทำงานของระบบให้มีความรวดเร็วมากขึ้น พร้อมกันนี้ก็ได้มีการตรวจสอบความเรียบร้อยการเข้ามาใช้สิทธิ์ของประชาชนในสถานประกอบการต่างๆอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนการเข้าพัก และคูปองส่วนลด ซึ่งเมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ใช้สิทธิ์์แล้ว ปัญหาค่อนข้างน้อยและสามารถควบคุมได้
อย่างไรก็ตาม จะมีการขยายสิทธิ์โครงการในเฟส 2 หรือไม่ นายจักรพลกล่าวว่า อาจต้องดูปัจจัยหลายๆอย่างในการพิจารณา และใช้ระยะเวลาประมาณ1เดือนหลังจากนี้ ในการทบทวนโครงการว่ามีข้อผิดพลาดประการใดหรือต้องปรับปรุงในส่วนไหนต่อไป
กางแผนปั้นท่องเที่ยวปี 69 เจาะกลุ่มตลาดที่มีศักยภาพสูง ผ่านกลยุทธ์ 7S
ส่วนของการประชุม TATAP 2026 ในวันนี้ นางสาวฐาปนีย์ เปิดเผยว่า เป็นการกำหนดแนวทางการดำเนินงานในปี 2569 เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยมุ่งสู่คุณภาพ สร้างสมดุลและความยั่งยืน เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์เฉพาะตัว โดยมีผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คณะกรรมการและผู้บริหาร ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และจากทุกภูมิภาคทั่วโลก เข้าร่วมด้วย ซึ่งจะให้ความสำคัญกับการทำตลาดบนพื้นฐานข้อมูลพฤติกรรมเชิงลึกของนักท่องเที่ยว และบูรณาการการทำงานแบบ 360 องศากับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อให้เกิดการใช้จ่ายและสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น จากการเจาะกลุ่มตลาดที่มีศักยภาพสูง ผ่านการดำเนินงาน 7 S คือ
- Segment การทำงานโดยการกระจายเป้าหมายในส่วนต่างๆมากขึ้น
- Speed การเร่งทำการตลาด เนื่องจากปัจจุบันต้องเผชิญความท้าทายสูงจากตลาดคู่แข่ง
- Systematic ด้วยการใส่ใจในทุกๆข้อมูลพื้นฐานและการใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เกิดการต่อยอด
- Safety แก้ปัญหาและสร้างภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
- Sustainability ด้วยการเพิ่มรายได้แต่อัตราการทำลายสิ่งแวดล้อมต้องลดลง
- Supply chain ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งหมด ในการตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว
- Soft power ในการกระตุ้นนโยบายของรัฐบาลผ่านเสน่ห์ของไทยใน 77 จังหวัด
โดยปีนี้ ททท.ตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 3 ล้านล้านบาท และในปี 69 ต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนหน้าไม่ต่ำกว่า 7%
ขณะที่ตลาดในประเทศจะมุ่งเพิ่มความถี่ในการเดินทางของคนไทยทั้งภายในภูมิภาคและข้ามภูมิภาค ด้วยการจัดกิจกรรมและอีเวนต์ใหญ่ๆให้เกิดการเดินทางตลอดทั้งปี การใช้กลยุทธ์ City Marketing นำเสนอจุดขายใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมการเดินทางสู่เมืองน่าเที่ยว การสร้างสมดุลตลาดระหว่างนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติในพื้นที่เมืองหลักยอดนิยม ทั้งในเชิงพื้นที่และเวลา
ขณะเดียวกันจะพัฒนาสินค้าและเส้นทางท่องเที่ยว เพื่อสนองตอบความต้องการของแต่ละกลุ่มเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาว ผลักดันให้เกิดการยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการท่องเที่ยวสู่มาตรฐานยั่งยืนระดับสากล รวมถึงนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB